Copyright 2020 - สำนักงานทนายความ ฉัตรประพล แย้มเพริศศรี CP Law 63/261 ซ.10 ม.6 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140 โทร.094-303-9999

การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ลูกจ้างมีสิทธิฟ้องเรียกอะไรได้บ้าง

การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หมายถึง การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือเลิกจ้างโดยไม่มีกฎหมายกำหนดให้เลิกจ้างได้ เมื่อนายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างลูกจ้างได้ แม้ว่าลูกจ้างไม่ได้กระทำผิดต่อนายจ้าง แต่นายจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน ดังนี้

  1. ต้องบอกกล่าวเลิกจ้างให้ลูกจ้างทราบเมื่อจะถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างเพื่อให้มีผลเลิกจ้างเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้า แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกิน 3 เดือน หรือนายจ้างอาจให้ลูกจ้างออกจากงานทันทีโดยยอมจ่ายค่าจ้างล่วงหน้าก็ได้
  2. ต้องจ่ายค่าชดเชยจากการถูกเลิกจ้าง โดยมีอัตราดังต่อไปนี้ อายุการทำงาน

เงินค่าชดเชยที่มีสิทธิได้รับ

120 วัน – 1 ปี 30 วัน

ทำงาน1 ปี – 3 ปี 90 วัน

ทำงาน 3 ปี – 6 ปี 180 วัน

ทำงาน 6 ปี – 10 ปี 240 วันทำงาน

ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป 300 วันทำงาน

            3. อาจจ่ายค่าชดใช้ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจำนวนหนึ่ง โดยคำนึงถึงระยะเวลาการทำงาน , อายุ , ความเดือนร้อนของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 49

            แต่อย่างไรก็ตามนายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างและเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ซึ่งเลิกจ้างในกรณีดังต่อไปนี้

1. ลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง

2. จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

3. ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

4. ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน หนังสือตักเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด

5. ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร

6. ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ(คือ จำคุกไม่เกิน 1เดือน ปรับไม่เกิน 1,000บาท) เมื่อถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมสิทธิของลูกจ้าง

สามารถเลือกปฏิบัติได้ 2 อย่าง อย่างใดอย่าง หนึ่ง ดังต่อไปนี้

          1. ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน โดยต่างจังหวัดยื่นที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด และในเขตกรุงเทพ ยื่นได้ที่กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เมื่อได้รับคำร้องแล้วพนักงานตรวจแรงงานก็จะเรียกนายจ้างและลูกจ้างมาสอบข้อเท็จจริง และทำการวินิจฉัยว่าเป็นการเลิกจ้างโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เมื่อมีคำสั่งออกมาลูกจ้างไม่เห็นชอบด้วยก็ชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่ง พนักงานตรวจแรงงาน ต่ออธิบดีกระทรวงแรงงานและหากลูกจ้างยังไม่พอใจก็ชอบที่จะร้องขอต่อศาลแรงงานให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานได้

          2. ยื่นฟ้องโดยตรงต่อศาลแรงงาน ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องขอท้ายคำร้องหรือท้ายฟ้องดังต่อไปนี้

1.ขอให้นายจ้างรับกลับเข้าทำงาน ในตำแหน่งเดิมและสภาพการจ้างอย่างเดิม โดย

- เรียกค่าจ้างที่ขาดไปจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จนกว่าจะรับกลับเข้าทำงาน

- ดอกเบี้ย 2.กรณีไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้

- เรียกค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้า

- เรียกค่าชดเชยการเลิกจ้าง

- เรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

- ดอกเบี้ย

           คำแนะนำ สิทธิตามกฎหมายดังกล่าวอาจไม่สามารถใช้ได้กับทุกกรณี ต้องพิจารณาดูสัญญาจ้างหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือสภาพการจ้างรายบุคคลก่อนหรืออาจมีพฤติการณ์พิเศษ ดังนั้นเพื่อความถูกต้องกรุณาติดต่อหรือปรึกษากับทนายความอีกครั้ง

 

 

 ทนายออนไลน์ โดย ซีพี ลอว์ CP LAW
ติดต่อ 094-303-9999
ไลน์แอด https://line.me/R/ti/p/%40cplawfirm

 
f t g m

Who's Online

มี 78 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

Login Form