Copyright 2020 - สำนักงานทนายความ ฉัตรประพล แย้มเพริศศรี CP Law 63/261 ซ.10 ม.6 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140 โทร.094-303-9999

บุตรไม่ได้จดทะเบียนสมรสมีสิทธิรับมรดกหรือไม่

       

             หลังจากเจ้ามรดกตาย ปัญหาที่ตามมาก็คือมรดกของผู้ตายนั้นจะเป็นของใคร ถ้าเจ้ามรดกทำพินัยกรรมไว้ก็ย่อมเกิดปัญหาน้อยกว่า

เพราะก็ว่ากันไปตามพินัยกรรม อันเป็นการแสดงเจตจำนงค์ก่อนตายของเจ้ามรดก แต่ถ้าหากเจ้ามรดกไม่ได้ทำพินัยกรรมก็ต้องมานั่งคิดว่าทรัพย์สินและหนี้ต่าง ๆ ของเจ้ามรดกนั้นใครเป็นผู้มีสิทธิได้รับ ตามกฎหมายได้กำหนดลำดับผู้มีสิทธิได้รับมรดก ตามหลักญาติสนิทพิชิตญาติห่าง (เรียงตามลำดับชั้น ถ้าทายาทลำดับชั้นต้น ๆ ยังมีชีวิต ก็ตัดไม่ให้ทายาทลำดับชั้นหลังได้รับมรดก ) ดังนี้

               (๑) ผู้สืบสันดาน ได้แก่ บุตรชอบด้วยกฎหมาย บุตรบุญธรรม บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว หลาน เหลน โหลน ลื้อ

               (๒) บิดามารดา

               (๓) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

               (๔) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน

               (๕) ปู่ ย่า ตา ยาย

               (๖) ลุง ป้า น้า อา

              และ คู่สมรส ซึ่งก็คือสามีภริยาที่ได้จดทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม โดยแบ่งสัดส่วนกับทายาท 6 ลำดับข้างต้นตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ถ้าทายาทโดยธรรมเป็นผู้สืบสันดาน สัดส่วนการได้รับมรดกของคู่สมรสจะเท่ากับบุตร แต่ถ้าทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิได้รับมรดกเป็นพี่น้องต่างมารดากับเจ้ามรดก สัดส่วนการได้ได้รับมรดกของคู่สมรสของเจ้ามรดก คือสองในสาม

          สำหรับบุตรที่เกิดจากบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ก็จะไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาเจ้ามรดก แต่ถ้าบิดาได้รับรองโดยพฤติการณ์ เช่น ยอมให้ใช้นามสกุล บิดาพาไปแจ้งเกิด บิดาเลี้ยงดูอุปถัมภ์ ตามกฎหมายมรดก ถือว่าเป็นผู้สืบสันดาน ทายาทลำดับชั้นที่ 1 มีสิทธิได้รับมรดกของบิดาได้ แม้จะไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว ตามแนวคำพิพากษาฏีกาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7272/2562 ที่ยกมานี้

 “โจทก์กล่าวอ้างว่า โจทก์เป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดกเนื่องจากโจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว จึงเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1627, 1629 (1) ดังนั้น โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ให้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามมาตรา 1627 ซึ่งประกอบด้วยข้อเท็จจริง 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ข้อเท็จจริงที่ว่า โจทก์เป็นบุตรของเจ้ามรดก และส่วนที่สองคือ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ของเจ้ามรดกที่รับรองว่าโจทก์เป็นบุตรของตน เช่น เจ้ามรดกเป็นผู้แจ้งเกิดให้แก่โจทก์ว่าโจทก์เป็นบุตรของตน ยอมให้ใช้ชื่อสกุล เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดู และส่งเสียให้การศึกษาเล่าเรียน ตลอดจนแนะนำและแสดงออกแก่บุคคลทั่วไปอย่างเปิดเผยว่าโจทก์เป็นบุตร

หลักฐานทางทะเบียนราษฎรระบุว่า โจทก์เป็นบุตรของ ข. กับ บ. สำเนาทะเบียนบ้านซึ่งเป็นเอกสารมหาชนซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้น จึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 127 โจทก์ต้องมีพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักมั่นคงและน่าเชื่อถือมานำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าวจึงจะรับฟังได้ตามข้อกล่าวอ้างของโจทก์”

          

สามารถรับข่าวสารกฎหมายน่ารู้ได้ที่

WEBSITE : https://www.cplaw.biz

Line : @cplawfirm

FACEBOOK : สำนักงานทนายความ ฉัตรประพล แย้มเพริศศรี CP Law

https://www.facebook.com/CPLAW0943039999/

YOUTUBE : ฉัตรประพล แย้มเพริศศรี ทนายความ

https://www.youtube.com/user/chatprapol/videos

หรือ Twitter : สำนักงานกฎหมาย ฉัตรประพล แย้มเพริศศรี 094-303-9999

https://twitter.com/cp_lawfirm

หรือ INSTRAGRAM : @cplawfirm

หรือ linkedin : https://www.linkedin.com/in/cplawfirm-chatprapollawyer-6824041b5/

f t g m

Who's Online

มี 16 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

Login Form